หลี่ เหลียนเจี๋ย

เป็นอีกหนึ่งคนที่หลายคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี สำหรับการแสดงบู๊ดุเดือดของเขามีหนังภาพยนตร์ ออกมาหลากหลายเรื่องเลยทีเดียวสำหรับนักแสดงคนนี้ หลี่ เหลียนเจี๋ย ซึ่งต้องบอกเลยว่าเขานั้นเคยเป็นโค้ชทีมชาติมาก่อนเสียด้วยตอนนั้น เขาเป็นโค้ชของกีฬาวูซูแล้วหลังจากนั้นก็มีคนที่เป็นแมวมองได้พบเจอกับเขา จึงได้ชวนชักชวนมาเล่นหนังภาพยนตร์ และก็เป็นช่วงโอกาสเวลาที่ดีของเขาเขาได้ประสบความสำเร็จ และแจ้งเกิดเป็นนักแสดงอย่างเต็มตัวเลยก็ว่าได้ โดยส่วนใหญ่แล้วเขามักจะแสดงเกี่ยวกับกังฟูซึ่งก็มีอยู่หลายเรื่องที่เขานั้นได้รับความสนใจมาโดยตลอด แต่กว่าเขาจะประสบความสำเร็จมาได้นั้น ต้องบอกก่อนว่าเขาก็ผ่านช่วงที่ลำบากมาเช่นเดียวกันหลังจากเขาประสบความสำเร็จในเรื่องแรก แล้วแต่ต่อมาภาคต่อที่เขาประสบความสำเร็จมันก็ยังไม่ได้รับความสนใจมากเท่าที่ควร

และเขาก็หันมากำกับหนังเองแต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรอีกเช่นกัน และเขาก็ได้เปลี่ยนมาเล่นหนังภาพยนตร์ที่มีศิลปะการต่อสู้เรื่อง Once Upon a Time in China ในปี 1991 หรือถ้าจะเรียกเป็นชื่อไทยก็คือหวงเฟยหงนั่นเองเป็นการต่อสู้ในศิลปะการป้องกันตัวของจีน และเขาได้ประสบความสำเร็จในหนังเรื่องนี้เป็นอย่างมาก และไม่เพียงแค่นั้นเขาก็ได้รับความนิยมในเรื่อยๆ จนมีการย้ายเข้ามาทำหนังอยู่ในฮ่องกงและก็ประสบความสำเร็จอีกเช่นเคย และไม่เพียงแค่นั้นเขายังได้ร่วมงานกับฮอลลีวูดซึ่งได้มีการร่วมงานกันและได้ทำหนังด้วยการเรื่อง ริกส์ คนมหากาฬภาค 4 ซึ่งก็แน่นอนว่าต้องเป็นหนังแอคชั่นแต่วงการหนังฮอลลีวูดนั้น มักจะใช้การถ่ายทำที่มากถึง 1 ปี ซึ่งถ้าเทียบกับหนังภาพยนตร์ปกติซึ่งเขาจะมีการใช้เวลาในการถ่ายอาจจะ 4 หรือ 5 เดือนเท่านั้นแล้วเขาก็ได้ร่วมงานกลับค่ายหนังอื่นอีกในฝั่งยุโรป

เขามีอีกชื่อหนึ่งก็คือเจ็ทลีและเขาก็เป็นชาวจีน ซึ่งเขาเป็นลูกคนสุดท้องเลยและเขามีพี่น้องทั้งหมด 5 คนแล้วเขาก็เกิดเมื่อ 26 เมษายน 2506 เกิดในกรุงปักกิ่งซึ่งก็ได้รับการฝึกฝนวิชาวูซูมาตั้งแต่ 8 ขวบ ซึ่งทำให้เขาได้เป็นโค้ชทีมชาติของวูซูจนถึงอายุ 20 ก่อนที่เขาจะได้เข้าวงการหนังภาพยนตร์เขามักจะใช้ชีวิตอยู่กับกีฬาวูซูที่เขาชื่นชอบ แล้วเป็นตัวแทนไปแข่งแล้วต้องบอกเลยว่าฝีมือของเขานั้นใช่ย่อยเลยทีเดียวเขาเป็นแชมป์เยาวชนถึง 5 ปีซ้อนแล้วเมื่อไม่กี่ปีมานี้เขาก็ได้ทำงานอยู่ในวงการหนังน้อยลงตั้งแต่ปี 2010 เพราะว่าเขามีเหตุผลเพื่อที่จะมีเวลาให้กับมูลนิธิที่ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเองเขาเคยเจอสึนามิในปี 2004 แล้วเขาคิดว่าศิลปะการต่อสู้นั้นไม่ได้ช่วยอะไรเลยเมื่อเจอภัยธรรมชาติ และการแสดงนั้นเป็นงานอดิเรกเท่านั้นสำหรับเขา

แล้วเขาก็ได้ล้มป่วยลงด้วยไฮเปอร์ไทรอยด์ ซึ่งทำให้ร่างกายของเขานั้นมีการเปลี่ยนแปลงไป จึงไม่ได้รับงานอีกเพราะไม่สามารถที่จะขยับขาขยับแขนได้เหมือนเมื่อก่อนด้วยวัย 55 ปีของเขานั้นจากอาการป่วยของเขา จึงทำให้เขานั้นดูโทรมแก่เหมือนคนอายุ 70 ปี จนทำให้แฟนแฟนของเขานั้นจำแทบไม่ได้เลยด้วยซ้ำ และไม่เพียงแค่นั้นหลังจากที่เขาป่วยเป็นโรคไฮเปอร์ไทรอยด์แล้วยังมีปัญหากระดูกสันหลัง จึงทำให้เขานั้นจำเป็นที่จะต้องงดการแสดงทุกอย่าง เพราะว่าถ้ายังไปทำการแสดงต่อแพทย์ของเจ็ทลีได้บอกว่าถ้าคุณอยากแสดงต่อคุณก็แสดง หรืออยากจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่บนรถเข็นแล้วเขาก็รู้ตัวว่าเขาเป็นโรคไฮเปอร์ไทรอยด์ตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งเขาก็ได้ออกมาบอกเองกับสำนักข่าวต่างๆ ว่าเขามีการรักษาตัวมาโดยตลอดแล้วก็ได้กำลังใจจากแฟนคลับอย่างล้นหลาม

ประวัติหลี่ เหลียนเจี๋ย

หลี่ เหลียนเจี๋ย

และเรื่องสุดท้ายที่เขาได้เล่นก็คือเรื่อง Expendacles 3 ซึ่งเป็นหนังของ ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน  ซึ่งเขาก็เป็นพระเอกนักบู๊ที่มีชื่อเสียงเช่นเดียวกัน ซึ่งหนังเรื่องนี้จะได้ออกมาเฉิดฉายให้ทุกคนได้รับชมกันในปี 2563 และมันก็มีชื่อเรื่องว่ามู่หลาน และได้มีข่าวของเจ็ทลีออกมาว่าเขานั้นได้หันไปพึ่งศาสนาเขาได้ไปอาศัยอยู่ที่ทิเบตด้วยอาการของเขา จึงจำเป็นจะต้องมีคนช่วยพยุงและหลายคนก็จำหน้าของเขาไม่ได้ เพราะว่าหน้าตาของเขานั้นดูเปลี่ยนไปมากซึ่งต้องบอกก่อนว่าโรคไฮเปอร์ไทรอยด์นั้น มันทำให้การเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างในตัวเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการเต้นของหัวใจหรือการเผาผลาญของร่างกาย ในปัจจุบันนั้นเขาเชื่อว่าศาสนาพุทธจะเป็นตัวที่ช่วยทำให้เขาอาการคงที่

Close Menu