สำหรับการเรียนการแสดงนั้น มีประโยชน์มากมายกว่าที่หลายๆคนคิด ในเรื่องของศาสตร์การแสดงนั้น จะต้องรู้ซึ้งถึงความเป็นมนุษย์ ซึ่งการเรียนการแสดงจึงได้มีความสำคัญอย่างมากสำหรับคนที่อยากจะเป็นนักแสดง สำหรับการแสดงนั้นเป็นเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกับทางด้านทางจิตวิทยาด้วย สำหรับแอ๊คติ้งโค้ชกับครูสอนการแสดงนั้น จะมีความแตกต่างกันในด้านของการสอน ซึ่งโค้ชจะทำหน้าที่สอนเราที่หน้างาน แก้ไขให้เป็นรายบุคคลไป เพื่อทำให้นักแสดงได้เป็นตัวละครตามบทบาทที่ได้รับในเรื่องนั้นๆ ซึ่งถ้าเป็นครูสอนการแสดงก็จะสอนตั้งแต่เบสิก การออกเสียง การเคลื่อนไหวร่างกาย ซึ่งจะทำให้เราสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการแสดงในหลายๆบทบาทได้ สำหรับ ข้อดีของการเรียนการแสดง จะมีอะไรบ้างเราไปดูกันเลย

ข้อดีของการเรียนการแสดง

ข้อดีของการเรียนการแสดง

ทำให้รู้จิตวิทยามนุษย์

ข้อดีของการเรียนการแสดง ก็คือทำให้เราได้รู้ถึงจิตวิทยาของมนุษย์ ซึ่งการเรียนแอ๊คติ้งไม่ได้เรียนกันแค่คนที่ทำเป็นเบื้องหน้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคนที่ทำเบื้องหลังด้วยอย่างเช่น ผู้กำกับ คนเขียนบท คนตัดต่อ ซึ่งจะทำให้พวกเขาได้รู้ถึงจิตวิทยามนุษย์ เข้าใจมนุษย์มากขึ้นด้วยเช่นกัน สำหรับการเรียนการแสดงนั้นจริงๆแล้วก็มีความสำคัญกับทุกอาชีพ แอ๊คติ้งเป็นเรื่องของการสื่อสารความต้องการของตัวละคร ซึ่งปัจจุบันหลายๆคนมีการสื่อสารที่ล้มเหลว เนื่องจากทำแต่ในสิ่งที่ตนเองต้องการ โดยไม่เข้าใจว่าคนเหล่านี้ต้องการอะไร สำหรับการจะเป็นนักสื่อสารที่ดี มีอยู่สองทางหลักๆนั่นก็คือ พูดเข้าไปในหัวของผู้ฟังและเข้าไปถึงใจ ซึ่งคนส่วนใหญ่จะลืมจุดสำคัญตรงนี้ไป

ทำให้ได้เรียนรู้ชีวิตมนุษย์

ซึ่งศาสตร์ของละครทำให้เราได้เรียนชีวิตของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งทำให้เราได้เผชิญกับสังคมจริงๆของเราได้อย่างเข้าใจ ก่อนที่เราจะได้เรียนด้านนี้ บางทีเราอาจจะได้เจอใคร แล้วทำให้เราคิดว่าทำไมเขาถึงทำแบบนั้นนะ เราอาจจะไม่รู้ว่าทำไมคนนี้ถึงทำแบบนี้กับเราโดยที่เราไม่เข้าใจ แต่พอได้มาเรียนด้านนี้ก็ทำให้เราสามารถเข้าใจผู้คนได้มากขึ้น ได้รู้ว่าที่เขาทำแบบนี้เขาต้องการอะไร ซึ่งก็จะทำให้เราไม่โกรธที่เขาทำอะไรแบบนี้ ทำให้เราได้ใช้ชีวิตอยู่บนโลกแห่งความจริงด้วยความเข้าใจ แต่ใช่ว่าคนที่ทำละครจะแอ๊คติ้งอยู่ตลอดเวลา แต่นั่นจะทำให้เราได้รู้ว่าใครที่กำลังใส่หน้ากากเข้าหาเราอยู่ต่างหาก ซึ่งทำให้เรารู้เท่าทันผู้คนมากขึ้น

ทำให้แสดงได้ถึงบทบาท

สำหรับนักแสดงบางคนยังมีความยึดติดกับแบบแผน อย่างเช่นว่าเรียนมากับใคร ก็มักจะจำและพยายามใช้ทุกสิ่งทุกอย่าง รวมถึงยึดติดกับทฤษฎีมากเกินไป ซึ่งจริงๆแล้วนักแสดงควรทิ้งเทคนิคทุกอย่างไปให้หมด อย่าคิดว่าเพียงว่านี่เป็นการแสดง เพราะจริงๆแล้วการแสดงที่ดีก็คือการไม่แสดง เพราะนักแสดงบางคนได้เรียนการแสดงมาเยอะมีเทคนิคมากมาย แต่กลับกลายเป็นการบล็อกตัวนักแสดงเองเสียเอง สิ่งที่ขาดไปคือการขาดความรู้สึกจริงๆของตัวละคร เพราะฉะนั้นอย่าใส่เทคนิคมากเกินไป เอาความรู้สึกและสัญชาตญาณออกมาดีกว่า ซึ่งก็จะทำให้เราเข้าใจความรู้สึกของตัวละครมากขึ้น และแสดงได้ถึงบทบาทมากขึ้นอีกด้วย

มีทัศนคติที่ดีขึ้น

การเรียนการแสดงจะเน้นเรื่องของทัศนคติก่อน ใครที่มีทัศนคติแย่หรือมองโลกในแง่ร้าย จะถูกแก้ตรงจุดนี้ก่อนเลย เพราะการที่เราจะเข้าใจตัวละครได้ ถึงแม้ว่าคนอื่นๆอาจจะมองว่าตัวละครนี้เป็นตัวละครที่เพ้อฝันบ้าบอ แต่จริงๆแล้วละครนี่แหละเป็นชีวิตจริงสุดๆ ละครเป็นสิ่งที่ช่วยสะท้อนถึงสังคมอย่างหนึ่ง ทำไมละครถึงตีแผ่แบบนี้ก็เป็นเพราะว่าเป็นเรื่องราวจริงๆจากสังคมนี่แหละ เพราะในชีวิตจริงไม่มีใครยอมรับและพูดความจริงในเรื่องนั้นๆ ซึ่งละครจะทำหน้าที่สะท้อนให้เห็นว่าจริงๆแล้วในสังคมเรามีคนแบบนี้อยู่ในสังคมนะ ซึ่งบางทีเรื่องจริงในสังคมมีความแรงกว่าเนื้อหาในละครเสียอีก เพียงแต่เราอาจไม่ยอมรับว่าสังคมมีเรื่องแบบนี้จริงๆ ซึ่งนั่นอาจจะทำให้เราได้เรียนรู้เรื่องต่างๆที่เราไม่เคยเจอ หรือก่อนที่เราจะเจอแบบในละครในภายหน้าก็ได้ ซึ่งจะทำให้เราสามารถรับมือกับปัญหาได้ง่ายขึ้น